ของขาดแคลน! บริษัทผลิตถุงยางเบอร์ 1 โลก จ่อขึ้นราคาสูงสุด 30% เหตุต้นทุนพุ่ง ความต้องการสูง เซ่นสงครามอิหร่าน
วันนี้ (22 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า บริษัทคาเร็กซ์ (Karex Bhd.) ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลกจากมาเลเซีย เตรียมวางแผนที่จะขึ้นราคา 20% ถึง 30% และอาจขึ้นราคาอีก หากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานยังคงยืดเยื้อเนื่องจากสงครามตะวันออกกลางกับอิหร่าน
ด้าน โกห์ มีอาห์ เกียต ซีอีโอของคาเร็กซ์ กล่าวว่า คาเร็กซ์กำลังเผชิญกับความต้องการถุงยางอนามัยที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นและความล่าช้าในการจัดส่ง ทำให้ลูกค้าหลายรายมีสินค้าคงคลังน้อยกว่าปกติ
“สถานการณ์เปราะบางมาก ราคาสินค้าก็สูง เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักภาระต้นทุนไปให้ลูกค้าในตอนนี้” โกห์กล่าว
นอกจากนี้ โกห์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลาง พบว่าต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นในทุกอย่าง ตั้งแต่ยางสังเคราะห์ และไนไตรล์ที่ใช้ในการผลิตถุงยางอนามัย ไปจนถึงวัสดุบรรจุภัณฑ์และสารหล่อลื่น เช่น ฟอยล์อะลูมิเนียมและน้ำมันซิลิโคน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสต็อกถุงยางอนามัยทั่วโลกลดลงอย่างมาก และปัจจุบัน การจัดส่งสินค้าของคาเร็กซ์ ไปยังจุดหมายต่าง ๆ เช่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเกือบ 2 เดือนกว่าจะถึง เทียบกับเมื่อก่อนที่ใช้เวลาเพียง 1 เดือน
“ความต้องการถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ในปีนี้ และปัญหาการขนส่งที่หยุดชะงักยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนรุนแรงขึ้น” โกห์ กล่าว
“เราพบว่ามีถุงยางอนามัยจำนวนมากที่ถูกทิ้งไว้บนเรือที่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง แต่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งไม่มีสต็อกเพียงพอ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการขนส่งสินค้าไปถึงที่นั่น”
ทั้งนี้ บริษัทคาเร็กซ์ (Karex Bhd.) ถือเป็นผู้ผลิตถุงยางอนามัยระดับโลก โดยในแต่ละปี ได้ดำเนินการผลิตถุงยางอนามัย มากกว่า 5 พันล้านชิ้น อีกทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักให้กับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Durex และ Trojan รวมถึงระบบสาธารณสุขของประเทศต่าง ๆ เช่น NHS แห่งสหราชอาณาจักร
