คุมตัว 2 คนร้ายชาวจีนปล้นร้านทองโคราช ไปแยกสอบเข้ม เตรียมทำแผนช่วงบ่ายวันนี้ หลังควงปืนทุบร้านทอง อ้างถูกหลอกมาซ่อมโดรน ก่อนเงินหมด เหลือติดตัว 20 บาท

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้ปืนชิงทรัพย์ภายในร้านทอง ในพื้นที่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา วานนี้ (27 เม.ย. 2569) โดยคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกไอ้โม่งสีดำ ทุบตู้กระจกภายในร้านทองหลายตู้จนแตกเสียหาย ก่อนกวาดเอาแหวนทองคำไปประมาณ 30 วง มูลค่าราว 300,000 บาท แล้วขับรถเก๋งสีขาว โตโยต้ายาริสหลบหนีไป

ล่าสุดวันที่ 28 เมษายน 2569 พ.ต.ท.ปรัชญา นิมาลา รองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.ท.อัศม์เดช ภัทรวิมลศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.โชคชัย คุมตัว 2 ผู้ต้องหา ได้แก่ นายซู จินเทา (Zou Qintao) อายุ 27 ปี และนายซอง ฮาวหลง (Song Haolong) อายุ 19 ปี แยกกันสอบปากคำ

โดยมีล่ามภาษาจีน ในการสื่อสาร โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด แล้วจะมีการทำแผนในช่วงบ่ายวันนี้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฯ สามารถตรวจยึดของกลางเป็น แหวนทองรูปพรรณ จำนวน 44 วง น้ำหนักรวม 156.9 กรัม และต่างหูทองรูปพรรณ จำนวน 24 คู่ (44 ชิ้น) น้ำหนักรวม 119 กรัม ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุ มูลค่า7-8 แสนบาท

โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การอ้างว่า ถูกชักชวนผ่านทางอินเทอร์เน็ต ให้เดินทางมาทำงานซ่อมโดรนในประเทศไทย โดยอ้างว่า จะได้รับค่าจ้างสูงถึง 40,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อลำ มูลค่าเงินไทย 1,300,000 บาท เนื่องจากมีอาชีพซ่อมโดรนอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาพร้อมลูกมือ และได้เช่ารถยนต์ขับไปตามพิกัดจีพีเอสที่ได้รับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณด่านชายแดนประเทศกัมพูชา เกิดความกลัวไม่กล้าเดินทางต่อ ผู้ว่าจ้างจึงส่งพิกัดใหม่ให้ไปยังพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แต่ผู้ต้องหายังไม่กล้าไปอีก กระทั่งเงินหมด เหลือเงินติดตัวเพียง 20 บาท จึงตัดสินใจก่อเหตุชิงทอง เพื่อนำไปขายหาเงินใช้ โดยยอมรับว่า ได้นำทองบางส่วนไปขายได้เงินมาแล้ว จำนวน 16,800 บาท

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา มีความพยายามก่อเหตุร้านทองในพื้นที่อำเภอบ้านเหลื่อม เมื่อวันที่ 26 เมษายน 69 มาแล้ว โดยกล้องวงจรปิดที่ร้านสะดวกซื้อในอำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา มีการบันทึกภาพใบหน้าของ 1 ใน 2 คน ร้ายไว้ได้ ขณะยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระสินค้า แต่จังหวะไม่ได้จึงไม่ได้มีการก่อเหตุดังกล่าว

ด้าน นายสุรศักดิ์ จิรวงศ์ไพศาล อายุ 74 ปี เจ้าของร้านทอง เปิดเผยว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการติดตามคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว เพราะถือว่าเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ในส่วนที่ว่าผู้ต้องหาเป็นชาวจีน 2 รายนั้นจนรู้สึกเฉย ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *