รับไม่ได้! ทรัมป์ ฟาด อิหร่าน ทำผลสำรวจปลอม อ้างคนสหรัฐฯ หนุนปฏิบัติการทหารแค่ 32% โว มีกองทัพแข็งแกร่งสุดในโลก
จากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน ระบุถึงคะแนนนิยมในตัว โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลดลงเหลือเพียง 34% และผลสำรวจของ Marquette Law School ระบุว่ามีเพียง 32% เห็นด้วยกับการจัดการสงครามอิหร่านของทรัมป์ นั้น ล่าสุด ทรัมป์ อ้างว่าผลสำรวจดังกล่าวเป็นของปลอม
วันนี้ (5 พ.ค. 69) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นจากประชาชนอเมริกันต่อสงครามกับอิหร่าน หลังผลสำรวจหลายสำนักชี้ว่า พลเมืองสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารลดลง
ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในงานสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) ทรัมป์ ได้ปฏิเสธผลสำรวจดังกล่าว พร้อมอ้างว่าเป็น “ผลสำรวจปลอม” ซึ่งมีการนำตัวเลขมาเสนอให้เขาว่า มีชาวอเมริกันเพียง 32% ที่สนับสนุนสงครามกับอิหร่าน
“พวกเขาเอาผลสำรวจปลอมมาให้ผม พวกเขาทำโพลเกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน แล้วบอกว่ามีคนชอบแค่ 32% ผมเองก็ไม่ชอบสงคราม ผมไม่ชอบมันเลย แต่เรามีอาวุธที่ดีที่สุด และเรามีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” ทรัมป์ กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ ได้โต้แย้งว่าคำถามในแบบสำรวจไม่ยุติธรรม และควรเปลี่ยนเป็นการถามว่า “ควรปล่อยให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่” พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า ต่อให้ตั้งคำถามแบบไหน ผลสำรวจดังกล่าวก็ยัง “เป็นของปลอมทั้งหมด”
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจล่าสุดจาก Washington Post, ABC News และ Ipsos พบว่า มีชาวอเมริกันเพียงราว 1 ใน 3 เท่านั้นที่สนับสนุนการใช้กำลังทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ขณะที่ประชาชนจำนวนมากมองว่า สงครามครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของสหรัฐฯ
คำพูดของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดเหตุปะทะและการโจมตีทางทะเล ซึ่งส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเปราะบาง และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
