“ศุภจี” แจง กระทู้สว. ใช้ห้องเย็นยืดอายุผลไม้ จัดการล้งให้มีคุณภาพ การันตีใช้การตลาดแบบใหม่ ดึงอินฟลูฯ ช่วยไลฟ์ เกษตกรไม่ต้องเร่ขายสินค้าริมถนน

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือ

โดยนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว. ตั้งกระทู้ถาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กรณีการดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครงวงจร จ.จันทบุรี ที่พบถูกเลื่อนการทำโครงการดังกล่าวทั้งที่มีการอนุมัติจากรัฐบาลถึง 2 ครั้ง และผ่านการทำประชาพิจารณ์จากคนในพื้นที่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบ

ทำให้ชาวสวนในพื้นที่ขาดโอกาสในการขายสินค้าและเสียโอกาสให้กับกลุ่มทุนต่างชาติที่ชิงขายสินค้าตัดหน้าและพบการกดราคาสินค้าผลไม้ของชาวสวนไทย

ทั้งนี้โครงการศึกษามากว่า 20 ปีและมีความพร้อมทุกอย่าง ดังนั้นขอถามถึงความชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเดินหน้า และนำเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อใด

นางศุภจี ชี้แจงว่า การจัดการพืชเกษตร รัฐบาลสนใจมุ่งมั่นทำให้ดี เกษตรกรทำรายได้ตั้งต้น 6% ของจีดีพี แต่มีแรงงาน 30% ถือไม่มีความสมดุล หากแก้ไขได้ จะทำให้คนใประเทศกินดีอยู่ดี เป็นความตั้งใจของรัฐบาลให้สินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม การดูแลสินค้าเกษตรต้องบูรณาการการแก้ปัญหาทุกภาคส่วน ขณะที่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ได้เห็นล้งที่ทำถูกต้อง ทั้งนี้ มีล้งจำนวนมากที่ให้ทีมงานตรวจดูแล หากไม่ดีต้องจัดการรวมถึงดูแลเรื่องคุณภาพ

“ที่คุยกันไม่เฉพาะตลาดกลาง แต่คือศูนย์บริหารผลไม้องค์รวม รวมถึงการแปรรูปสินค้าเกษตร สำหรับทุเรียนที่มีผลผลิตจำนวนมาก ได้ดูห้องเย็นเพื่อยืดอายุของผลไม้ ซึ่งเรื่องที่ตั้งคำถามจะขอรับไปดูแล ไม่เฉพาะตลาดกลางแต่ดูเรื่องแปรรูปเพื่อให้สินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่าและเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เตรียมทำการตลาดแบบใหม่และต่อเนื่อง จะให้อินฟลูเอนเซอร์จากประเทศจีนมาไลฟ์ที่ล้งไทย และให้อินฟลูเอนเซอร์ภายในประเทศช่วยกันผลักดัน เพราะมีสินค้าที่ต้องผลักดันจำนวนมาก ดังนั้น เกษตรกรไม่ต้องนำผลไม้มาเร่ขายริมถนนอีกต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *