ไวรัสฮันตา คืออะไร ทำไมคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร กลายเป็นข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก เมื่อมีการรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินบนเรือสำราญกลางมหาสมุทรแอตแลนติก เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายราย นับเป็นการย้ำเตือนว่าไวรัสชนิดนี้ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ประมาทไม่ได้
Table of Contents
Toggleอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด: วิกฤตบนเรือสำราญ MV Hondius
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า พบการแพร่ระบาดต้องสงสัยบนเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางจากอาร์เจนตินามุ่งหน้าสู่ประเทศเคปเวิร์ด ในทวีปแอฟริกา สรุปข้อมูลสำคัญได้ดังนี้:
ยอดผู้เสียชีวิต: ยืนยันแล้ว 3 ศพ โดยก่อนหน้านี้โฆษกกระทรวงสาธารณสุขแอฟริกาใต้ระบุว่าพบผู้เสียชีวิตบนเรืออย่างน้อย 2 ศพ
ผู้ติดเชื้อ: ยืนยันผลเป็นบวกแล้ว 1 ราย และมีผู้ต้องสงสัยรอผลการตรวจสอบอีก 5 ราย
เคสวิกฤต: มีรายงานชาวอังกฤษ 1 ราย อาการสาหัสและกำลังรักษาตัวอยู่ในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU)
ความกังวลเรื่องการแพร่เชื้อ: แม้ปกติจะติดจากหนูสู่คน แต่ในเคสที่พบได้ยาก ไวรัสนี้สามารถ “แพร่กระจายระหว่างคนสู่คนได้” ซึ่งจะนำไปสู่โรคทางเดินหายใจขั้นรุนแรง และนั่นคือสิ่งที่ทางการกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดอย่างบนเรือสำราญ
ไวรัสฮันตา คืออะไร?
ไวรัสฮันตา เป็นไวรัสกลุ่มอาร์เอ็นเอ (RNA Virus) ในตระกูลบันยาไวรัส ซึ่งปกติอาศัยอยู่ในสัตว์ฟันแทะโดยไม่ทำให้สัตว์ป่วย แต่เมื่อข้ามมาสู่คนจะก่อให้เกิดโรคที่รุนแรง 2 ลักษณะ คือ:
โรคไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตวาย (HFRS): มักพบในแถบเอเชียและรัสเซีย
โรคทางเดินหายใจรุนแรง (HPS): มีอาการไข้และปอดบวมน้ำอย่างเฉียบพลัน เสียชีวิตได้รวดเร็ว มักพบในทวีปอเมริกา
ช่องทางการติดต่อ: จากมูลหนูสู่ลมหายใจ
มนุษย์สามารถรับเชื้อได้ 2 วิธีหลักๆ คือ:
การสูดดม (หลัก): หายใจเอาละอองสารคัดหลั่ง (ปัสสาวะ, น้ำลาย, มูลหนู) ที่ฟุ้งกระจายในอากาศเข้าไป
การสัมผัสและการกิน: เชื้อเข้าทางบาดแผล เยื่อบุตา หรือปนเปื้อนในอาหารและน้ำ
การถูกกัด: ติดต่อผ่านน้ำลายหนูโดยตรง (พบได้น้อยกว่า)
ข้อสังเกต: การระบาดในอดีตมักเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทหรือฟาร์ม แต่กรณีล่าสุดบนเรือสำราญแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ปิดที่มีระบบระบายอากาศร่วมกันอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงหากมีการปนเปื้อน
ประวัติศาสตร์และความเสี่ยงในประเทศไทย
ไวรัสนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1993 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งในตอนแรกแพทย์เข้าใจผิดว่าเป็น “กาฬโรค” เนื่องจากผู้ป่วยเสียชีวิตเร็วมาก จนกระทั่ง CDC ตรวจพบว่าเป็นไวรัสชนิดใหม่
สำหรับประเทศไทย: แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แต่ผลการวิจัยพบว่าหนูในไทย (ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด) มีแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสฮันตาอยู่ประมาณ 2.3-3.0% ซึ่งหมายความว่าเชื้อมีอยู่ในธรรมชาติรอบตัวเรา แต่อาจเป็นสายพันธุ์ที่ไม่รุนแรง หรือทำให้เกิดการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ
เหตุการณ์บนเรือ MV Hondius เป็นสัญญาณเตือนให้ทั่วโลกยกระดับการควบคุมสัตว์พาหะในพาหนะสาธารณะและอาคารปิด การป้องกันที่ดีที่สุดคือ “การจัดการสุขอนามัย” ไม่ให้หนูเข้ามาเพ่นพ่านในที่อยู่อาศัย และหากต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่มีมูลหนู ควรฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดมละอองเชื้อโดยเด็ดขาด
