คลัง ชงครม. อังคารนี้ กู้ 4 แสนล้าน ยึดโมเดลโควิด ไม่ขยับเพดานหนี้สาธารณะ รัฐบาลเตรียมตั้ง คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ
วันที่ 4 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีรัฐบาลเตรียมพิจารณาออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน กรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นกลไกทางการคลังในการรองรับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 5 พ.ค.นี้ พร้อมโครงการไทยช่วยไทย
การตัดสินใจกู้เงินครั้งนี้ หลังจากหน่วยงานเศรษฐกิจได้ร่วมกันประเมินและพิจารณาแหล่งเงินทุนจากทุกช่องทางแล้ว ตั้งแต่การบริหารจัดการงบประมาณปี 2569, งบกลาง, เงินสำรองจ่าย รวมถึงงบประมาณปี 2570
แต่พบว่ามีเงินงบประมาณไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ จึงตัดสินใจออกพ.ร.ก.กู้เงิน ดังกล่าว และเป็นการกู้เงินในประเทศ แบบทยอยกู้เงินใช้ตามความจำเป็น ลักษณะเดียวกับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ในช่วงวิกฤตโควิด
ส่วนข้อกังวลเรื่องวินัยการเงินการคลังนั้น แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังยืนยันว่าการกู้เงิน 400,000 ล้านบาทในครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% เนื่องจากปัจจุบันระดับหนี้สาธารณะของไทยเดือน มี.ค.2569 อยู่ที่ 66.38% จีดีพี บนฐานประมาณการที่ 19.10 ล้านล้านบาท
ดังนั้น การกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพดานหนี้สาธารณะใกล้แตะ 70% ของจีดีพี จึงถือว่าอยู่ภายในกรอบวินัยการเงินการคลัง
ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติการออก พ.ร.ก.กู้เงิน รัฐบาลจะตั้ง “คณะกรรมการคัดกรองโครงการ” ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อพิจารณาและกลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการต่างๆ ที่หน่วยงานรัฐเสนอขอเบิกจ่ายใช้เงินกู้ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งจัดทำรายละเอียด แผนงานและเหตุผลความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.เพื่อเตรียมนำเสนอชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
