ทรัมป์แจงสภา! – บีบีซี รายงานวันที่ 2 พ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา แจ้งต่อสภาคองเกรสว่าการสู้รบระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน “สิ้นสุดลงแล้ว” ในช่วงการหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่ และให้เหตุผลว่าไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติสำหรับความขัดแย้งนี้

ถ้อยแถลงของนายทรัมป์เกิดขึ้นในวันที่ 60 นับตั้งแต่แจ้งอย่างเป็นทางการต่อสภาเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่านซึ่งกฎหมายสหรัฐกำหนดให้นายทรัมป์ต้อง “ยุติการใช้กองกำลังติดอาวุธของสหรัฐ” ภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง เว้นแต่สภาคองเกรสจะอนุญาตให้ดำเนินการต่อ

ในวันที่ 60 นับตั้งแต่แจ้งอย่างเป็นทางการต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่าน นายทรัมป์ได้เขียนจดหมายถึงผู้นำสภาเมื่อวันศุกร์ที่ 1 พ.ค. ว่า ไม่มีการปะทะกันระหว่างกองกำลังสหรัฐและอิหร่านนับตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2569 และว่าการสู้รบที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 ได้สิ้นสุดลงแล้ว

กฎหมายว่าด้วยอำนาจทำสงคราม (War Powers Resolution) มีข้อกำหนดบางประการสำหรับประธานาธิบดีที่จะต้องดำเนินการภายในหกสิบวันตามปฏิทินนับจากการใช้กำลังทหารของสหรัฐในการสู้รบ และระบุให้ประธานาธิบดีต้องยุติการใช้กำลังทหาร เว้นแต่รัฐสภาจะประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ หรืออนุญาตให้ประธานาธิบดีขยายเวลาได้สูงสุด 30 วันเพื่อถอนกำลังทหาร

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่สหรัฐกับอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงระยะยาวผ่านการเจรจาได้ ขณะเดียวกันสำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของอิหร่านรายงานว่า ข้อเสนอใหม่สำหรับการเจรจายุติความขัดแย้งกับสหรัฐถูกส่งไปยังปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด และยังไม่ชัดเจนว่าข้อเสนอดังกล่าวได้ไปถึงสหรัฐแล้วหรือไม่

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 1 พ.ค. ว่า “เราเพิ่งพูดคุยกับอิหร่าน รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมต้องบอกว่าผมไม่พอใจ”นายทรัมป์กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงเป็นเรื่องยาก ส่วนหนึ่งเพราะการปกครองของอิหร่าน “สับสนมาก” หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงหลายคนเสียชีวิตในสงคราม

นายทรัมป์กล่าวอีกว่าได้รับฟังทางเลือกต่างๆ จากกองบัญชาการกลางสหรัฐ (เซ็นต์คอม) เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ซึ่งมีตั้งแต่ทำลายล้างให้สิ้นซากไปจนถึงเจรจาต่อรอง

ต่อมานายทรัมป์กล่าวว่า “พวกเขาไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่เราต้องการและเราจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เราจะไม่ถอนตัวก่อนกำหนด แล้วปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *