รัฐบาลจีนสั่งคุมเข้มละครแนวตั้ง พล็อต CEO มหาเศรษฐีตกหลุมรักกับสาวชาวบ้าน มองมอมเมาประชาชน สร้างค่านิยมที่ไม่ดีให้กับสังคม

รัฐบาลจีนออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมเนื้อหา “ไมโครดรามา” (micro-drama) หรือละครแนวตั้งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพล็อตแนวโรแมนติกเกินจริง เช่น เรื่องราวที่มหาเศรษฐีผู้เย็นชาตกหลุมรักหญิงสาวธรรมดา ซึ่งถูกมองว่าอาจสร้างความคาดหวังที่บิดเบือนเกี่ยวกับความรัก ความมั่งคั่ง และความสำเร็จในชีวิต

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากอาจคุ้นเคยกับโฆษณาซีรีส์สั้นแนว “CEO romance” ที่เน้นความรักระหว่างชายผู้ทรงอำนาจกับหญิงสาวฐานะธรรมดา ล่าสุด หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ออกแนวทางใหม่เพื่อ “ลดกระแส” เนื้อหาลักษณะดังกล่าว โดยเตือนผู้ผลิตไม่ให้สร้างคอนเทนต์ที่ “ยกย่องการแต่งงานกับคนรวยหรือผู้มีอำนาจ” หรือใช้ภาพความหรูหรา อำนาจ และการใช้ชีวิตแบบสุดโต่งเป็นจุดขายดึงดูดผู้ชม

แนวทางดังกล่าว ซึ่งเชื่อมโยงกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านวิทยุและโทรทัศน์ของจีน ยังเรียกร้องให้ลดจำนวนการผลิตซีรีส์ประเภทนี้ พร้อมยกระดับคุณภาพ และหลีกเลี่ยงการใช้คำโปรยหรือฉลากชวนดึงดูดเกินจริง เช่น “ซีอีโอจอมเผด็จการ” ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่พบได้บ่อยในไมโครดรามาไวรัล

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมไมโครดรามาในจีน ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และมีผู้ชมหลายร้อยล้านคนบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ซีรีส์เหล่านี้มักมีตอนสั้นเพียง 1–3 นาที แต่เน้นจังหวะรวดเร็ว เนื้อหาเข้มข้น หักมุม และเต็มไปด้วยจินตนาการ เช่น ความรัก การแก้แค้น และการร่ำรวยแบบฉับพลัน

อย่างไรก็ตาม ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ทำให้หน่วยงานรัฐเริ่มกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคม โดยก่อนหน้านี้ เคยมีการวิจารณ์ว่าไมโครดรามาบางเรื่องมีเนื้อหา “หยาบคาย” บิดเบือนค่านิยม และนำเสนอความสัมพันธ์หรือการเลื่อนชนชั้นทางสังคมแบบไม่สมจริง

คุมเข้มเนื้อหา ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ในมาตรการก่อนหน้า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้สั่งลบไมโครดรามามากกว่า 25,000 เรื่อง เนื่องจากมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม สะท้อนถึงความพยายามของรัฐในการควบคุมคอนเทนต์ออนไลน์ให้สอดคล้องกับ “ค่านิยมหลักของสังคม”

นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่า พล็อต “มหาเศรษฐีรักคนธรรมดา” กลายเป็นสูตรสำเร็จทางการตลาดที่ทำรายได้สูง เพราะตอบโจทย์ความฝันเรื่องการยกระดับฐานะทางสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันและอัตราการว่างงานในกลุ่มเยาวชนยังเป็นประเด็นสำคัญ

แม้มาตรการใหม่จะยังไม่ถึงขั้น “แบน” เนื้อหาแนวนี้โดยสิ้นเชิง แต่ก็สะท้อนทิศทางชัดเจนว่ารัฐต้องการให้ผู้ผลิตหันไปสร้างเรื่องราวที่สมจริงมากขึ้น และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันการปลูกฝังค่านิยมแบบวัตถุนิยมหรือความคาดหวังที่เกินจริงเกี่ยวกับความรักและความสำเร็จ

การดำเนินการล่าสุดนี้ยังตอกย้ำแนวโน้มสำคัญในภูมิทัศน์สื่อจีน ที่ภาครัฐเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางของคอนเทนต์ดิจิทัล แม้ว่าอุตสาหกรรมไมโครดรามาจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *